ทุก ท่านก็รู้กันดีอยู่ว่าบนโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้มีเว็บไซต์เกิดใหม่ถือ กำเนิดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน ทุกเว็บต่างก็คาดหวังให้มีคนเข้ามาชมจำนวนมากๆ และยิ่งถ้าเป็นเว็บที่เน้นในเรื่องของธุรกิจแล้ว การแข่งขันแย่งชิงลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมก็ยิ่งเข้มข้นกว่าเว็บประเภทอื่นๆ เมื่อฉบับที่แล้ว ผมได้เล่าให้ฟังถึงจุดมุ่งหมายของการทำ E-Marketing กันไปแล้ว หลายท่านน่าจะเริ่มมองภาพกันออกแล้วนะครับว่าการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ต นั้นมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเพียงไร วันนี้ผมจะหยิบยกเครื่องมือหรือเรียกได้ว่าเป็น “อาวุธ” ตัวหนึ่งที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดทีเดียวมาเล่าให้ฟัง กัน

เป้าหมายของบรรดาผู้ใช้สื่อธุรกิจออนไลน์ นั่นคือจะทำอย่างไรให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ได้จำนวนมากๆ เพราะจำนวนผู้เข้าชมเว็บที่มากก็หมายถึงโอกาสในการได้ลูกค้าก็จะเพิ่มตามไป ด้วย

กลวิธีหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ก็คือการนำเอาเว็บของเราไปผูกกับเว็บของคน อื่นในลักษณะที่เป็นเว็บผู้สนับสนุน (Web Sponsor List) ก็เหมือนกับที่เราไปซื้อพื้นที่โฆษณานั่นแหละ เอาแบนเนอร์ไปแปะไว้กับเว็บดังๆ เพื่อให้ผ่านตาผู้คนให้มากที่สุด

แต่พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของผู้คนทุกวันนี้ หากไม่ใช่เว็บไซต์ที่เข้าเป็นประจำแล้ว โอกาสที่จะเข้าถึงเว็บไซต์อื่นๆ นั้นต้องอาศัย Search Engine เป็นตัวช่วยนำทางไป ดังนั้นในวันหนึ่งๆ ผู้คนจึงขลุกอยู่กับเว็บ Search Engine หรือบรรดาเว็บท่า (Web Portal) มากเป็นพิเศษ

การค้นหาอะไรต่อมิอะไรผ่าน Search Engine หรือ Web Portal จึงเป็นช่องทางในการทำ E-Marketing ที่ได้ผล

เว็บไวต์ประเภทนี้มีให้บริการอยู่มากมาย เช่น Google Yahoo MSN Alta Vista ในบ้านเราอย่างเช่น สนุกดอทคอม บรรดาเว็บไซต์ทั้งหลายจึงพยายามแย่งชิงพื้นที่หน้าแรกเพื่อผลักดันตัวเองให้ ไปปรากฏเป็นอันดับต้นๆ ยิ่งอันดับสูงเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะคนส่วนใหญ่จะทนคลิกอยู่ที่ 10-20 อันดับแรกเท่านั้น ซึ่งหากเว็บของเราขยับไปอยู่ในพื้นที่นี้ได้ก็ย่อมเพิ่มโอกาสที่ผู้คนจะแวะ เข้ามาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น

กระบวนการ SEO (Search Engine Optimization) หรือการทำให้เว็บไซต์ถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นใน Search Engine มีอยู่หลายวิธี วิธีหนึ่งคือการสร้าง Keywords ในส่วนของ Meta Name หรือ Meta Tag ที่ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด และการตั้ง Title หน้าเว็บเพจให้กระชับ ตรงประเด็น และสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ รวมทั้งการอธิบายผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ละเอียด ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่เพียงแต่จะเน้นเฉพาะตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น องค์ประกอบอื่นๆ ในเว็บไซต์ก็ต้องเพิ่มข้อมูลที่เรียกว่า Metadata ไม่ว่าจะเป็นภาพประกอบ ไฟล์ประกอบ คือใส่ข้อมูลให้กับทุกสิ่งที่มีในเว็บเพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นเจอของ Search Engine

ต้องยอมรับว่าตอนนี้การแข่งขันในเรื่องนี้อาจจะเรียกว่าเป็นสงครามก็ว่าได้ ทุกเว็บต่างพยายามหาจุดเด่นของตนเองเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการประเภทเดียวกันด้วยแล้ว เรายิ่งต้องหาทางสร้างข้อได้เปรียบให้มากกว่าให้ได้

สิ่งหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเหนือกว่าคู่แข่งก็คือ “ข้อมูล” ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทุกวันนี้มีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มหัว เพราะไม่รู้ว่าจะไปหาข้อมูลที่ต้องการได้จากที่ไหน ตัวช่วยของพวกเขาก็คือ Search Engine หรือ Web Portal เพื่อควานหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะช่วยเขาได้ หากเรามีข้อมูลที่เยอะกว่าก็ย่อมมีโอกาสตอบโจทย์ของผู้ใช้ได้มากกว่า ยิ่งเรามีข้อมูลที่ผู้ใช้คาดไม่ถึงว่าจะได้ ก็ยิ่งทำให้เกิดการจดจำและประทับใจ ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสที่ผู้ใช้จะกลับมาเข้าเว็บนั้นๆ อีกและอาจเป็นสมาชิกเว็บนั้นไปเลยก็ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

สมมติว่าเรามีธุรกิจท่องเที่ยวแล้วทำเว็บไซต์ขึ้นมาเว็บหนึ่ง แน่นอนล่ะเราต้องมีแพ็กเกจต่างๆ บริการนำทัวร์ให้ลูกค้า แต่นอกเหนือไปจากนั้น ถ้าเราเพิ่มข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อเป็นเหมือนบริการเสริมให้ อย่างเช่นแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม ร้านอาหารอร่อยๆ แหล่งช็อปปิ้ง เกร็ดความรู้ คำแนะนำในการท่องเที่ยว ฯลฯ เหล่านี้นอกจากจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ยังมีส่วนกระตุ้นความต้องการทดลองใช้สินค้าหรือบริการของเราในกลุ่มผู้ชมที่ กำลังตัดสินใจ เพราะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของความเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” หรือแสดงความเป็น “มืออาชีพ” ข้อมูลพวกนี้ก็ยังช่วยดันให้เว็บของเราขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของ Search Engine ด้วย Keywords ที่หลากหลายมากกว่าแค่คำว่าท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างของการมีข้อมูลมากๆ เพื่อให้เว็บปรากฏในอันดับต้นๆ ที่ดีมากก็คือเว็บประเภทสารานุกรมอย่างเช่น วิกิพีเดีย (Wikipedia) เว็บพวกนี้มีโอกาสในการค้นเจอสูงมาก เพราะนอกจากจะมีข้อมูลมหาศาลและหลากหลายแล้ว แต่ละหน้ายังมีการเชื่อมโยงถึงกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

การเพิ่ม Contents เป็นวิธีหนึ่งในการทำ SEO ที่ได้ผล แต่คุณต้องไม่ลืมว่ามันต้องเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ใช้ได้จริง และถ้าจะให้ดีมันต้องสอดคล้องไปกับตัวสินค้าหรือบริการ เพราะต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือนำเสนอสินค้าของคุณให้ตรงใจผู้ใช้ ให้มากที่สุด

การทำ SEO เป็นเพียงกลวิธีหนึ่งเพื่อสร้างแบรนด์ให้ติดตลาด ถึงแม้ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะยังมีอีกหลายหนทางที่จะผลักดันให้เว็บของคุณเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค แต่จะเป็นวิธีไหน คราวหน้ามาติดตามกันครับ

ทีมา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ


DekDigg MaDigg